skip to main
|
skip to sidebar
lek
วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552
การอบรมวิทยากรแกนนำ รอบนครราชสีมาเขต 1
ภาพการอบรมวิทยากร
แกนนำ หลักสูตร Getting Started รอบนครราชสีมา เขต1 ณ โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา วันที่ 28-29-30 สิงหาคม 2552 โดยจัดอบรมแบ่งเป็น 2 ห้องวิทยากรคือ
นางจิราภรณ์ ศิริสุรักษ จากโรงเรียนเมืองคง และนางมาลี พรหมเพ็ญ
จากโรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค
หลักสูตร Enhancement: Bridging Gap Upgrading to Essentials Version 10.1 อบรมที่สุโขทัย
การอบรมหลักสุตร Enhancement: Bridging Gap Upgrading to Essentials Version 10.1 รอบสุโขทัย
อบรม ณ โรงเรียนอุดมดรุณี สพท สุโขทัย เขต 1
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552
Enhancement_Petchaboon
เชิญโหลด
ภาพบรรยากาศการอบรม
ได้คะ
วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
อบรมวิทยากรแกนนำ-ศึกษานิเทศ ณ โรงแรมแม็ก
สำหรับท่านที่ต้องการรูปขณะรับการอบรมและช่วงรับวุฒิบัตรกรุณาโหลดได้ที่
http://picasaweb.google.co.th/lektagc/ZfKXtH
#
ถูกใจไม่ถูกใจกรุณาทิ้งข้อความไว้ด้วยนะคะ
ขอบคุณคะ
เล็ก
วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552
รูปอบรม สช.รุ่น 2
รูปการอบรมสช.รุ่นที่ 2 กับภาพที่น่าประทับใจ เชิญคลิกดูได้ที่
http://picasaweb.google.co.th/lektagc/2
#
ถูกใจรูปไหนอย่าลืมบอกกันบ้างนะคะ
วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
วิทยากรแกนนำสช รุ่นที่ 1 ประจำปี 2552
สำหรับวิทยากรรุ่นแรกทั้งสองห้องเชิญโหลดรูปสำหรับตัวท่านได้แล้วนะคะ ที่
http://picasaweb.google.co.th/lektagc/12552
#
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
อบรมโรงเรียนขยายโอกาสที่ โรงแรม MAXX
ภาพการอบรมสำหรับรอบแรก โหลดตามสะดวก
http://picasaweb.google.co.th/lektagc/MAXX
#
สำหรับภาพการอบรมรอบสอง โหลดได้ที่
http://picasaweb.google.co.th/lektagc/MAXX02
#
สำหรับภาพรับวุฒิบัตรรอบสอบเชิญที่
http://picasaweb.google.co.th/lektagc/rMdirD
#
วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552
อบรมแกนนำสป 2552
ยินดีตอนรับคะนอกจากรูปวิทยากรหลักของเราทั้งสองท่านแล้ว รูปอื่น ๆ
ท่านสามารถโหลดภาพได้ที่
http://picasaweb.google.co.th/lektagc/FYnoAI
#
นะคะ อ้ออย่าลืมทำการขยายผลด้วยนะคะ อันนี้สำมะคัญ
วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2552
ภาพประทับใจและนึกไม่ถึงในงานอบรมสิทธิเด็ก
ส่วนรูปที่เหลือช่วงตอน
ท้ายก็โหลดกันเองนะคะที่
http://picasaweb.google.co.th/lektagc/Unicef
#
ช่วงตอนเช้าเข้าได้ที่
http://picasaweb.google.co.th/lektagc/Unicef15
#
อบรมวันที่ 2
http://picasaweb.google.co.th/lektagc/Unicef2
#
วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
เที่ยวเมืองแปดริ้ว-คลองสวน(2)
เดินทางถึงสถานีขนส่งตรงไปที่ช่องขายตั๋วฉะเชิงเทรา-คลองสวน-กทม. (สายเก่าเอกมัย)ค่ารถแอร์ปรับอากาศ คนละ 15 บาท นั่งรถไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพี่คนขับก็ตะโกนบอกว่าคลองสวนเชิญคราบบบ.......... ลงรถด้วยความงง ๆ แต่ใจชื่นเพราะป้ายบอกทางที่ชัดเจน เดินข้ามถนนตรงเข้าไปฝั่งตรงข้าม เดินตามป้ายไป 300 เมตรซ้ายมือจะเจอโรงเจ ขวามือตรงไปอีกหน่อยจะเจอทางเข้าตลาดคลองสวนฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา ลืมเล่าไปว่าตลาดคลองสวนตั้งอยู่ริมคลองประเวศน์บุรีรมย์ในพื้นที่ 2 จังหวัดคือ ต.
เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทราและ ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ตลาดคลองสวนเป็นตลาดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5ปัจจุบันตลาดคลองสวน โดยความดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลเทพราช จ.ฉะชิงเทรา และเทศบาลตำบลคลองสวน จ.สมุทรปราการ ได้สนับสนุนให้ชุมชนร่วมกันอนุรักษ์บ้านเรือนร้านค้าจะเป็นรูปแบบเดิม ๆ แต่จากการได้พูดคุยร้านค้าแถวนั่น ได้ทราบข่าวว่า บรรดาร้านค้าริมน้ำที่ปลูกเป็นเพิงกำลังจะถูกรือถอนออกเพื่อการเสริมทัศนียภาพริม
คลองฝั่งฉะเชิงเทรา
เดินเที่ยวแวะชมร้านโชห่วยหรือร้านค้าขายปลีกขนาดเล็กๆ แวะชิมตามร้านค้ารายทางที่มีอยู่มากมาย จนถึงร้านกาแฟแป๊ะหลี กาแฟเจ้าดัง แม้อายุจะ 86 ปี แล้วแต่ก็ยังแข็งแรง ท่านเล่าเรื่องประวัติกาแฟและวิธีการชงกาแฟได้อย่างสนุกสนาน ชงกาแฟได้อย่างทมัดทะแมง พวกเรายังได้ชิมกาแฟจากแป๊ะหลีด้วย (ถ้าสั่งกาแฟร้อน แป๊ะหลีจะชงเอง) ราคาไม่แพงแก้วละ 20 บาท เดินต่อไปก็เจอสะพานไม้ พอข้ามไปจะเป็นตลาดคลองสวนในส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ก็เดินชมตลาดร้านรวงต่อไปจนไปบรรจบทางเข้าออกตลาดคลองสวน 100 ปี จุดนี้ท่าน
จะพบกับป้ายยอดฮิต ตลาดคลองสวน 100 ปี ที่หลายคนชอบถ่ายรูปเป็นที่ระลึกประหนึ่งเป็นใบประกาศนียบัตรยืนยันว่าเรามาถึงแล้วนะ ที่จุดนี้เราเจอคุณตี๋อ้วนอีกครั้ง หลังการทักทายรอบสองจึงมีการถ่ายรูปที่ระลึกเป็นการยืนยันว่าเราเจอกันบ่อยมากคะในวันนี้ เสร็จจากการเดินเที่ยวกับไปจุดที่ลงรถแต่เนื่องจากพวกเราพลาดรถกลับกทม.แล้วต้องรออีกประมาณ เกือบ 2 ชั่วโมง จึงจะมีรถผ่านมา จึงตกลงกันว่าจะนั่งรถโดยสารสีส้ม ไม่มีแอร์กลับไปขนส่งที่จังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อจะได้มีรถกลับกรุงเทพได้เยอะขึ้น เชื่อมั้ยคะว่าค่ารถสีส้มแพงกว่ารถแอร์คะ แต่เอาเถอะดีกว่าไม่มีรถกลับ สรุปวันนั้นกลับถึงกรุงเทพ หกโมงเย็นมีของหิ้วกันคนละถุงสองถุง พร้อมกับคำทิ้งท้ายของอาจารย์แมวว่า
“
ไม่ได้ ต้องกลับไปตลาดบ้านใหม่อีกครั้งเพราะไม่ได้ชิมขนมที่ตลาดบ้านใหม่เลย”
ได้เลยคะวันไหนขอให้บอกจะไปอีก ถ้าว่างนะ
วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2552
เที่ยวเมืองแปดริ้ว-คลองสวน(1)
วันเสารที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา เล็กได้เที่ยวกับทีมน้อย ๆ ของเราโดยนั่งรถไฟขบวนเพื่อประชาชน(รถไฟฟรีวันสุดท้าย)ไปเที่ยวฉะเชิงเทรา กับอาจารย์อ้อย อาจารย์แมวและครอบครัว โดยอาจาย์อ้อยขึ้นจากสถานนีหัวลำโพงแต่เล็กและครอบครัวอาจารย์แมวไปขึ้นที่สถานีหัวหมาก ถึงจะขึ้นรถคนละสถานนีก็ขบวนเดียวกัน ไม่ต้องกลัวไม่เจอกัน ก็อาจารย์อ้อยเล่นขึ้นตู้สุดท้ายอย่างไรก็เจอ โชคดีออกแต่เช้า ถึงจะขึ้นรถไฟกลางทางแต่ก็มีที่นั่ง ไม่ต้องยืน พอไปถึงสถานี้ฉะเชิงทราก็ตรงดิ่งไปหลังวัด เพื่อนั่งเรือชมเมืองก่อน บังเอิญเจอคุณตี๋อ้วนมาทำรายการแนะนำร้านอาหารที่ฉะเชิงเทรา(คงเป็นร้านป้าหนู) เดินนำหน้าขึ้นเรื่อจึงมีการทักทายเล็กน้อยบนเรือ นั่งเรือขมวิวริมแม่น้ำ บนเรือนอกจากจะได้รับลมเย็นๆ พร้อมชมวิวสองฝั่งแม่น้ำแล้ว ก็ยังมีมัคุเทศก์ตัวน้อยเป็นนักเรียนของโรงเรียนพุทธโสธร (นั่นแน่เราได้เจ้าถิ่นตัวจริง) เสียอย่างเดียวน้องน้อยหน้าไม่ค่อยจะยิ้มเลยแต่ก็คอยชี้ชวนสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจให้เราฟังตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นอาคารไม้สักหลังใหญ่ที่สุดในฉะเชิงเทราที่ภายในมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ เก็บข้าวของเครื่องใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 ไว้
หรือจะเป็นตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ หรือปัจจุบันคือจวนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งรัชการที่ 5 เคยเสด็จมาประทับแรมที่ตำหนักแห่งนี้ใกล้กันมีบ้านบ้านโบราณหลังหนึ่งเห็นบอกว่าเป็นบ้านที่ใช้ถ่ายทำเรื่องบ้านผีสิง บรือ ขนลก เรือยังแล่นผ่านศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและศาลหลักเมืองฉะเชิงเทรา ที่ภายในศาลมีเสาหลักเมืองอยู่ 2 เสาด้วยกัน เสาที่เล็กกว่าจะเป็นเสาเก่าโบราณตั้งแต่รัชกาลที่ 3 เรือยังคงแล่นผ่านสถานที่การค้าเก่าแก่ในเมืองแปดริ้ว ผ่านวัด และผ่านโบสถ์ในศาสนาคริสต์ และผ่านเรือนแพอาหารอร่อยที่คนทานต้องเข้าคิวนั่งรอตลอดเพราะเรือนแพนี้มีโต๊ะเพียง 3 ตัวเท่านั้น อยากทานต้องจองคิวคะ นอกจากนี้ยังมีเรือนแพเก่าแก่อีกหลายหลังซึ่งแสดงให้เห็นว่าในบริเวณนี้เคยเป็นแหล่งชุมชนในการค้าขายทางน้ำมาก่อน และเมื่อเรือลอดผ่านใต้สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงซึ่งเป็นสะพานสำหรับรถไฟขนส่งสิ้นค้าแล่นผ่าน นั้นแสดงว่าเรากำลังขึ้นฝั่งไปยืดเส้นยืดสายและเดินเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือที่ “ตลาดบ้านใหม่” รวมเวลาในเรือ 30 นาที ก็ขึ้นฝั่ง ที่ร้านป้าหนูร้านอาหารดังแห่งเมืองฉะเชิงเทรา ไกด์น้องน้อยแห่งโรงเรียนพุทธโสธร แจ้งรายการให้เลือก 2 รายการคือ เที่ยวตลาดบ้านใหม่ หรือไหว้พระที่วัดจีนประชาสโมสร ก็ได้ใ ห้เวลาเยี่ยมชม 1 ขั่วโมง ใครสายเรือไม่รอ ปรากฏว่า 95 % ขอเที่ยวชอปปิ้งอยู่ที่ตลาดบ้านใหม่ พวกเราเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เหลือไปไหว้พระ ตอนแรกคิดว่าคงมีเวลากลับมาเดินเล่นที่ตลาด ใครจะเชื่อละ ว่าทุกคนทราบซึ้งมากอยู่ในวัดจนเกือบตกเรือ เลยอดชอปปิ้งตลาดเลย ไม่เป็นไรได้ไหว้พระบรมสาริกธาตุในวัดจีนก็คุ้มแล้ว
วัดเล่งฮกยี่หรือวัดจีนประชาสโมสรนี้เป็นวัดในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ผู้สร้างคือหลวงจีนชกเฮ็ง ซึ่งเป็นศิษย์ของวัดมังกรกมลาวาสหรือวัดเล่งเน่ยยี่ในเยาวราช จึงถือว่าวัดเล่งฮกยี่เป็นวัดสาขาของวัดเล่งเน่ยยี่ก็ว่าได้ ส่วนชื่อวัดจีนประชาสโมสรนั้นก็เป็นชื่อพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 เมื่อพระองค์ได้เสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรี ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้ก็อยู่ที่พระประธานองค์ใหญ่ 3 องค์ที่ตั้งอยู่ด้านใน และพระอรหันต์ 18 องค์ตั้งเป็นสองแถวด้านข้างพระประธาน มองเผินๆ อาจจะไม่เห็นความพิเศษ แต่ที่น่าทึ่งก็คือทั้งพระประธานและพระอรหันต์ที่เห็นอยู่นี้ ทำขึ้นจากกระดาษที่เรียกว่าเปเปอร์มาเช่ และมีอายุกว่า 100 ปีมาแล้ว โดยภายในนั้นยังมีพระพุทธรูปและเทพเจ้าในนิกายมหายานอีกมากมาย รวมไปถึงยังมีระฆังใบใหญ่ น้ำหนัก
กว่า 1 ตัน ซึ่งมีเพียง 1 ใน 3 ใบของโลกที่รอบระฆังมีอักษรมหาปรัชญาปารมิตราสูตรถือกันว่าผู้ได้ใดตีระฆังก็เหมือนกับการได้สวดมนต์แล้ว แต่สิ่งทุกคนสนใจต้องมากราบไหว้องค์เทพเจ้าไฉ่เซ่งเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ซึ่งคนที่มาไหว้จะต้องใช้มือตบถุงเงินถุงทองขององค์เทพเจ้า โดยไปท่องบทสวดมนต์ที่ด้านหน้าท่านก่อน จากนั้นจึงเดินไปตบที่ก้นถุงสามครั้งแล้วลูบจากก้นถุงนั้นมาสู่กระเป๋าสตางค์ของตนเองที่เปิดอ้ารอไว้ สามครั้ง นั้นคือการขอโชคลาภและโกยทรัพย์สินเข้ากระเป๋าเรานั้นเอง ดังนั้นพวกเราจึงไม่รอช้าต่อแถวทำพิธีกับเขาบ้าง เพี้ยง ขอให้รวย มีเสียงสมาชิกกล่มอุทานดังขึ้นว่า เหลืออีก 5 นาทีเรือออก ก็เกิดอาการตาเหลือกต้องเดินร้อยเมตร เกือบขึ้นเรือไม่ทันเฉียดฉิวเชียว แต่เห็นกลุ่มที่มาถ่ายรายการการตี๋อ้วนชวนหิวนั่งกันเต็มที่ร้านป้าหนู ยังได้ทักทาย bye bye กันแต่กว่าจะกลับขึ้นฝั่งได้ ก็ต้องนั่งเรือนานกว่ารอบอื่นเพราะเกียร์ถอยหลังของเรือคงเสียไม่สามารถถ้อยหลังได้ ต้องตีวงกลับเสียไกลเชียว กลับขึ้นฝั่งได้ก็ไปไหว้องค์หลวงพ่อโสธร เชื่อแม๊ะ อาจารย์อ้อยโดนบังคับให้ใส่เสื้อคลุม เพราะเจ้าหน้าที่อ้างว่าเสื้อตัวที่ใส่มันสั้น อาจารย์อ้อยยังสงสัยว่ามันสั้นตรงไหนกันอะ แต่เอาก็เอา แล้วก็รับมาใส่อย่างว่าง่าย ในอุโบสถใหม่คนเยอะเหมือนเคย ได้รับแจกน้ำมนต์มาด้วย คนละ 2 หลอด ว่าแล้วก็จะขอเล่าประวัติของวัดและวัดพุทธโสธรดังนี้ องค์หลวงพ่อโสธรนั้นถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรามานานแล้ว หากใครเคยอ่านตำนานประวัติของท่านก็คงจะทราบว่า องค์หลวงพ่อโสธรนั้นลอยน้ำมาจากทางเหนือพร้อมกับพระพี่น้องอีก 3 องค์ แล้วได้แสดงอภินิหารลอยขึ้นให้ประชาชนได้เห็นในหลายๆ คุ้งน้ำ แต่ก็ไม่มีใครสามารถนำพระพุทธรูปขึ้นมาจากน้ำได้ จากนั้นพระพุทธรูป 3 องค์ก็ได้ลอยแยกทางกันไป องค์หลวงพ่อโสธรนั้นได้ลอยมาที่หน้าวัดหงส์ หรือวัดโสธรวรารามฯ ในปัจจุบัน ชาวบ้านจึงทำพิธีอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัด กลายเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองแปดริ้วมาตั้งแต่บัดนั้น มาว่ากันถึงเรื่องพระอุโบสถของวัดโสธรฯ เป็นพระอุโบสถหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่กี่ปีมานี้ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริให้สร้างขึ้น หลังจากที่พระองค์ได้เสด็จมาทรงทำพิธีเวียนเทียนในวันวิสาขบูชาเมื่อปี พ.ศ.2509 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เป็นองค์ประธานในการก่อสร้าง ส่วนรูปแบบของพระอุโบสถวัดโสธรวรารามฯ นั้นก็เป็นแบบปราสาททรงไทยทำด้วยหินอ่อนจากอิตาลีทั้งหลัง มีหลังคาจตุรมุข ส่วนกลางพระอุโบสถมียอดมณฑป เป็นฉัตรทองคำแท้ 5 ชั้นด้วยกัน เฉพาะยอดมณฑปนี้ก็มีมูลค่าถึง 44
ล้านบาทเข้าไปแล้ว และมูลค่าโดยรวมของพระอุโบสถหลังนี้ก็ประมาณ 2,500 ล้านบาทเลยทีเดียว และศูนย์รวมความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนก็อยู่ภายในพระอุโบสถ ซึ่งก็คือหลวงพ่อโสธรนั่นเอง แต่พระพุทธรูปในพระอุโบสถนี้จะมีอยู่หลายองค์ด้วยกัน ก็ให้สังเกตองค์ที่อยู่ตรงกลาง และมีจีวรคลุมองค์ไว้ นั่นแหละคือองค์หลวงพ่อโสธร เมื่อได้สักการะหลวงพ่อโสธรเสร็จเรียบร้อย เก็บภาพมุมสวยๆ ไว้เป็นที่ระลึกแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทุกคนต้องเติมพลังงาน กันแล้ว ขณะที่เติมพลังงานกัน ก็ได้ข้อตกลงใหม่ว่าเราจะไปตลาดคลองสวนกัน แต่ทุกอย่างต้องไปเริ่มที่ขนส่งใหม่ของฉะเชิงเทราก่อน เอ้า พวกเราลุ้ย (ติดตามตอนที่ 2)
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
ขบวนพาเหรด
รูปอบรมแกนนำนครราชสีมา
อบรม GS รอบนครราชสีมา
ภาพอบรมสุโขทัย
table style="width:194px;">
สุโขทัย
y
ผู้ติดตาม
คลังบทความของบล็อก
►
2010
(1)
►
กุมภาพันธ์
(1)
▼
2009
(11)
▼
กันยายน
(2)
การอบรมวิทยากรแกนนำ รอบนครราชสีมาเขต 1
หลักสูตร Enhancement: Bridging Gap Upgrading to Es...
►
สิงหาคม
(1)
Enhancement_Petchaboon
►
มิถุนายน
(2)
อบรมวิทยากรแกนนำ-ศึกษานิเทศ ณ โรงแรมแม็ก
รูปอบรม สช.รุ่น 2
►
พฤษภาคม
(2)
วิทยากรแกนนำสช รุ่นที่ 1 ประจำปี 2552
อบรมโรงเรียนขยายโอกาสที่ โรงแรม MAXX
►
เมษายน
(1)
อบรมแกนนำสป 2552
►
มีนาคม
(1)
ภาพประทับใจและนึกไม่ถึงในงานอบรมสิทธิเด็ก
►
กุมภาพันธ์
(1)
เที่ยวเมืองแปดริ้ว-คลองสวน(2)
►
มกราคม
(1)
เที่ยวเมืองแปดริ้ว-คลองสวน(1)
►
2008
(16)
►
ธันวาคม
(1)
►
พฤศจิกายน
(11)
►
ตุลาคม
(4)
เกี่ยวกับฉัน
lek
ดูโปรไฟล์ทั้งหมดของฉัน